Skip navigation

September 16 2007

เซ็งเป็ดเว้ยยยยยยยยยยยย

ช่วงนี้ใกล้จะบ้าแระมีแต่เรื่องๆๆๆ
เมื่อวานกลับมาบ้าน เดินลงทางลาดเพื่อเข้าบ้าน เดินด้วยใจเริงร่าแล้วจู่ๆก็มีเสียง….”กร๊อบ”
เข่า ซ้ายเจ้ากรรมพลิกครับ!….ล้มทั้งยืนอยู่หน้าบ้านเลย แถมลุกไม่ขึ้นเพราะเจ็บเข่ามากๆเลยได้แต่นั่งเอ๋อแด็กอยุ่หน้าบ้าน ประมาณ5นาทีเพราะยืนไม่ไหวเลยจะเขย่งเข้าบ้านก็กะเทือนเข่าซ้ายเจ็บโคตร กลับมาก็ดึกแล้วแม่ก็นอนป้าก็นอน ไม่มีใครลุกมาช่วย…ทำไงเหรอครับ….คลานสิครับ ต้องคลานเข้าบ้านหมาที่บ้านเห่าเกรียว…นึกว่ามีหมาใหม่มาอยู่อีกตัว 555 ToT”
…กว่าจะลุกได้มานั่งยืดเข่าร้องลั่นบ้านเพราะเจ็บโคตรๆป้าเลยตื่น มาบ่นโวยวายอาราย…(ป้ารมณ์เสียแต่นู๋อ่ะ คลานเข้าบ้าน หงิงๆ)พอได้น้ำแข็งประคบ+พารา เข่าเลยมีอาการมาโซขึ้นหน่อยประมาณว่าขยับจนเจ็บจนชินแระ…เลยกะเผลกๆไปอาบ น้ำกินข้าวได้..กว่าจะอาบเส็จแทบตายเพราะตอนนั้นงอเข่าแทบไม่ได้ ตอนใส่กุงเกงทรมานโคตรแต่ก็ต้องใส่(จะให้ตูแก้ผ้าเดินรอบบ้านเรอะ)แต่รู้สึก ได้ว่าช่วงเข่าตัวเองที่เคยงอ(ช่วงหัวเข่ามันเคลื่อน จับดูแล้วมันผิดปกติไปนะ…(ถ้าใครเคยเห็นหม่องก็จะรู้ว่าหม่องเวลาเดินช่วง เข่าซ้ายจะงอๆหน่อยนึง)รู้สึกเหมือนเส้นเอ็นรึลูกสะบ้ามันเคลื่อนๆ…ชัก หวั่นๆเลยบ่นๆกะป้าไว้ก่อนป้าเข้านอนว่าพรุ่งนี้พาไปหาหมอทีนะ
เสร็จกิจ แล้วกะจะเปิดคอมพ์เล่นเนทย้อมใจหน่อยเนื่องในโอกาสเดินเข้าบ้านจนเข่า พลิก….เปิดคอมพ์….มีปัญหาอีกแระครับ…Taskbarมันโผล่ขึ้นมาแล้วมัน ดับ…ติดๆ ดับๆอยุ่อย่างนั้นแล่ะ เล่นเนทก็ไม่ได้ IEเปิดขึ้นมาแล้วก็ดับๆๆๆๆ เซ็งเป็ดโคตรๆ…เลยขอความช่วยเหลือจากทั่นพ่อ….ลงวินโดว์ใหม่(Update เฉยๆ)…นั่งรอมันsetupเสร็จราวๆตี3คิดว่า โอ้ววว กรูจะได้เล่นเนทแย้วววววที่ไหนได้….Taskbarหายครับแต่IEเปิดแล้วก็ดับๆๆๆๆ เข้าเวปไม่ได้อีก…โอว นี่มันวันIndependentของตัวซวยประจำกายกรูรึไง โดนความซวยเกาะติดมาตั้งแต่ออกคลองหก…1ใส่เสื้อกลับด้าน2นั่งฟังไอ่อ๊อฟ เป่าปี่3เข่าพลิก4คอมพ์เจ๊ง…
นั่งปล้ำกะคอมฑ์ทั้งลงไอ่WGAFixerลอง ลบStartupProgramในMSconfigเล่นยันตี5….ก็ไม่มีทีท่าว่าคอมพ์ตรูมันจะกลับ มาเป็นปกติ….เลยได้แต่ปลงตก…นอนละกรูนอนแมร่งทั้งๆที่เจ็บเข่านี่ละ… (ตอนนอนยาแก้ปวดมันหมดฤิทธ์) วันนี้โดนใบสั่งให้ตื่นมา2โมงเช้า….กรำ…ตูได้นอน3ชม.เองง่ะแง้….พาไป รพ.ไปเอกซเรย์…ตั้งแต่เข้าไปรพ.นั่งรถเข็นแมร่งเลย(มีคนเข็นให้สบายง่ะ^^) กว่าจะได้บัตรคนไข้ กว่าจะได้เอกซเรย์ นั่งเอ๋อเหรอแมร่งบนรถเข็นเป็นชม. เห่อๆ ผลเอกซเรย์ออกมา…ขาไม่หักนะครับ(เออแมร่งจะหักได้ไงว่ะตูไม่ได้ตกเหวนี่ )คงประมาณเส้นพลิกน่ะครับ…อืม…นะ…แล้วลูกสะบ้าตูล่ะ…จะเอายาไปทาน หรือฉีดยาครับ? ฉีดยาละกัน คงหายไว(เคยมีประสบการณ์เด็กๆเป็นไข้หมอสั่งยาให้เยอะมากเพราะไม่ยอมฉีดยา เพราะกะเดือกยาเข้าไปหมด อ้วกแตกทันทีเลย)กลัวว่าจะเป็นหยั่งงั้นอีกเลยเลือกฉีดยาดีก่าจะได้หายไวๆ ฉีดที่สะโพกเข็มนึง โอ….พยาบาลมือเบามากๆดีใจจังๆ ไม่เจ็บเลยสักปิ๊ด>_<เสร็จกิจแล้วก็นั่งเอ๋อๆกลับบ้าน กลับมาเลยมานั่งปล้ำกะคอมพ์อีก…ปู่นนี้มันยังไม่หายเลยต้องใช้FireFox แทนIEไปก่อน(ที่พิมพ์อยู่นี่ก็FireFox)FireFoxดูโดยรวมๆก็ใช้ได้นะ แต่ชอบIEมากก่าเพราะอีกอย่างFravoliteทำได้ไม่ดี+FontไทยในFireFoxอ่านยาก และอะเฟรดฉิบเป๋ง…..ทำให้ไม่อยากใช้ แงๆเค้าจะใช้IEๆๆๆ แถมIEเก่าดูท่าทางจะใช้ไม่ได้มันติดตั้งไม่ได้ไม่รู้ทำไงดี
เลยไปนั่ง แครกWinXPแล้วลองโหลดIE7มาเล่นดซึ่งมันต้องผ่านValidationของMicrosoftเลย ต้องจัดแจงหาแคร็กเทพมาจัดการกะมันปล้ำมา2ชม. ในที่สุดู…..อ๊าาาลงได้ด้วยลงIE7ได้แว้วววว แต่ทว่า…..แมร่งยังเล่นเนทแล้วดับอยุ่ดี(ไอ่แสดดดดดเอ๊ยยยย)…
จะว่าไป….ตั้งแต่หลังสอบมา ไม่ได้อัพบลอคเลยสินะเนี่ย…เลยเอาFireFoxเนี่ยละนั่งเขียนบลอคแก้เซ็งแม ร่ง…ระบายกะใครไม่ได้ก็ระบายมันลงบลอคเนี่ยละวะ…ใกล้เป็นบ้าแล้วววว
คะแนน สอบMid ทำได้ดีกว่าที่คิดหน่อยนึงยกเว้นแสตกกะเศรษฐศาสตร์…2วิชาที่แสนไม่ถนัดนี่ นาToT”หลังMidเทอมมีแต่งานๆๆๆๆรายงานๆๆๆบ่อยมั่ก แต่ก็เอาวะเพื่อคะแนนนี่!
เรื่องเศร้าเรื่องวุ่นหลังMidอีกอย่างก็คือ ได้รุ้ข่าวที่ทำให้ตูSADมวากกกกกก “คอมพิวเตอร์กราฟฟิคไม่มีเปิดสอนในเทอมหน้า” ได้ยินจากปากหัวหน้าภาควิชาสารสนเทศเองเลย….แบบว่าพอได้ยินแล้วโคตรชอค …โลกสีชมพูของตูที่หวังว่าจะได้เรียนวิชาที่แสนจะชอบเพื่อได้Aสักตัว ตั้งแต่เรียนมา “มันพังไปแล้ว……..” รู้สึกเหมือนโดนชกหน้ายังไงไม่รุ ชา…นั่ง เอ๋อแด็กไปเลย…ตั้งแต่ได้ยินข่าววันนั้นพอตกกลางคืนวันนั้นนอนอยู่ดีๆ น้ำตาไหล วิชาที่ตูหวังว่าจะได้เรียนก่อนจบปริญญา…วิชาที่นั่งฝันถึงแทบตลอดเวลาตอน ปี1 วิชาที่จะทำให้ประกาศณียบัตรดูมีค่ามากก่ากระดาษใบนึง…หายไปแล้ว ไม่รู้จะทำไงทำได้แค่นอนร้องไห้ เห้อ………สมเพศตัวเองชิหาย…เทอม2มีให้เลือกลงเสรีหรือว่าจะฝึก งาน…เพื่อนส่วนใหญ่เลือกฝึกงานกัน…แม้แต่คนรอบข้าง…(ไหงตูมีความคิด ที่อยากจะเรียนอยุ่คนเดียวฟะ) อาจเป็นเพราะว่าเรารู้สึกว่ายังไม่มีประสบการณ์พอที่จะไปลุยงานจริงๆ มั้ง(ฝันไว้ว่าจบไปจะไปทำงานเกี่ยวกะกราฟฟิคทั้งๆที่เรียนคอมธุฯ^^”) เลยคิดว่ายังต้องหาเวลาฝึกตัวเองให้มากๆก่อนที่จะไปทำงานกับเค้า…เพราะ บริษัทเค้าต้องการคนไปช่วยแก้ปัญหามากก่าเข้าไปเรียนงานจากเขา…เพราะงั้น เราต้องอัพสกิลให้แกร่งกว่ารู้แบบงูๆปลาๆแบบที่เป็นอยู่แบบนี้เพื่อไปช่วย งาน!
แต่แปลกจัง ทำไมคนอื่นเค้าไม่คิดอย่างเรา….ส่วนใหญ่เอาแต่คิดว่ากรูจะไปฝึกงานๆๆๆๆๆ ต้องได้ค่าจ้างวันละ200up…แหม่…ไปเรียนงานจากเค้าแล้วยังขอตังเค้าอีก.. ความสามารถคุณน่ะมีพอให้คุ้มค่าจ้างเหรอเปล่า? ทำไมไม่คิดมั่งฟะ…บางทีมาตรฐานเพื่อนๆเค้าอาจะสูงก่าเราก็ได้มั้งเลยคิด แบบนั้น แต่เราคิดเสมอว่ามาตรฐานเรายังไม่ดีพอและมันต้องฝึกฝนให้มากที่สุด เห่อๆๆๆบ่นงี่เง่าๆ ช่างเหอะ…ถึงไม่มีใครเรียน อย่างน้อยไอ่เล็กก็ยังอยุ่เป็นเพื่อน เล็กมีความคิดเดียวแบบเราคือต้องฝึกให้มากๆก่อน…ตอนแรกเล็กมันก็คิดอย่าง ที่คนอื่นนั่นละ…แต่พอไปสัมภาษณ์งาน”คุณเขียนphpได้มั้ย? “คุณทำSQLเป็นมั้ย?” “แค่จอยตารางน่ะทำเป็นมั้ย?” แต่คำตอบของทุกคำถามที่เล็กตอบไปคือ “ไม่เป็นค่ะ…”(ตามคำบอกเล่าของเล็กเองเลยนะ) พวกเรายังต้องฝึกฝนอีกเยอะสินะ………..
ตอนนี้ก็อืนๆกะคนบางคน อยุ่…….เราอ่ะไม่อืนหรอก แต่เวลาจะคุยกัน นึกเรื่องไม่ออก เลยมีแค่ประโยคคำถาม ถามมันไปแค่นั้น คิดอยุ่ในใจว่ามันคงจะคิดว่า”ถามไรกรูนักหนาฟะ” ก้อตูไม่รู้จะคุยอะไรนิ ในสมองกรูมันมีแค่เกม…แล้วช่วงนี้กรูงดเล่นเกม=สมองกรูมันเลยว่างเปล่าและ หาเรื่องคุยกะมันไม่ได้TT…..
ทำงาน หางานให้…แมร่งก็ไม่ใช้งานที่เราหา…มันเอาของที่มันหาเอง…เอ้อดี แล้วแมร่งให้กรูหาให้ทำไมว่ะเนี่ย-*- เอาเถอะๆ…ใช่สิงานตูมันห่วยตูรู้…งานมันคงเหมาะสมที่จะส่งจารย์มากก่า ล่ะนะ ทุกครั้งที่เราคุยกะมัน มันจะหน้าเฉยเมย…(แมร่งถามอีกละ)แต่เวลาคุยกะคนอื่นมันจะทำตาหยีๆแล้วยิ้ม ขณะพูดกับอีกฝ่าย…ช่ายสิ หน้าตูมันไม่น่ายิ้มให้ตูรู้-*- ถ้าให้เลือกระหว่างเรากะเพื่อนอีกคนมันคงเลือกเพื่อนอีกคนมากก่าเราด้วยซ้ำ มั้ง…ช่ายสินะ…ตูไม่มีตัวตน…นอนนึกถึงปฏิกิริยาที่มันทำกะเราบางทีก็ ร้องไห้ปริ่มๆออกมา…ใช่สิตูมันไม่มีอะไรดีเลยในสายตาเมิง…ให้กลับไปรุ้ สึกเหมือนม่ะก่อนดีก่า..ไม่ได้อยุ่ใกล้กันแต่มันก็ปฏิบัติกับเราดีกว่าที่ เป็นอยุ่ตอนนี้
บางทีเราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้มั้งก็แค่สิ่งที่เพื่อนทำ กะเรา ทำไมต้องเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยวะ…บางทีคงไม่มีเพื่อนคนไหนห่วงเราจริงสักคน หรอก…ช่างเหอะ…โลกทั้งใบของตูมันอยุ่ในจินตนาการนี่นะ หึหึ…
(This World is Empty to me…กรูสมเพศตัวเองอีกแล้ว)
ระยะหลังมา นี่…เปิดเวปสูบรูปเล่นAuditionวาดรูปเล็กน้อย เวลาที่เหลือเอาไปลงกะการสูบการ์ตูนในบอร์ด เอิ้กๆ มีห้องแชทด้วยมีแต่คนอุดมการณ์Yเดียวกันสิงอยุ่ ทำให้คุยสนุกหน่อย เอิ้กๆ เข้าไปหนแรก คิดว่าจะมีแต่พวกอาวุโสประจำบอร์ดเงียบๆและคุยอยุ่เฉพาะกลุ่มตัวเองอย่างที่ เคยเห็นมาหลายๆที่ซะอีก แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น…เข้าไปวันแรกก็โดนทักเลย…เล่นกะแวม แวมก็เลียปากสิเคอะ…เลยเล่นมุข กัดชาวบ้านโต้สนุกสนานเยยตู ฮ่าๆ
แต่ก็มีเรื่องหม่นๆนิดหน่อย…ในห้องแชท เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีกฏ “ห้ามนำรูปมีทติ้งไปให้คนที่ไม่ได้ไปมีทดู” ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้หว่า เลยคิดว่า…อ่า หยวนได้น่า ในที่สุดขอรูปพี่เค้ามาดูได้รูปนึง กลับกลายเป็นว่าคนที่ให้รูปโดนพี่ในห้องแชทตักเตือนจนร้องให้เลย – -”(ต้นเหตุคือตูที่เซ้าซี้ให้คนนั้นเอารูปมาให้ดู) รู้สึกผิดมากงะ ตอนนั้นอยุ่ในร้านเนท หัวเราะคิกๆคักๆตัวกลมอยุ่คนเดียว พอไปเจอแบบนั้น นั่งนิ่งตาแดงๆเลย=_=” เห่อๆ ขอโต๊ดนะก๊าบพี่เด็นT T
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของไอ่คุณเซ็งเป็ดกะอ้อย บอร์ดพันทิพย์ห้องสวนลุม กระทู้”กรูไม่ใช่เกย์เลิกจีบกรูซะทีได้ม้ายยย…”อะไรเนี่ยละ เค้าเล่าเรื่องระหว่างเค้ากะเพื่อนทำงานที่เดียวกันที่คอยมาจีบพี่แก เป็นเรื่องของเพื่อนสนิท2คนฝ่าฝันทุกข์สุขมาด้วยกานน(แบบเกย์หยอกผู้ชาย) แรกๆอย่างฮาครับ พออ่านไปหลังๆเริ่มเศร้าอ่านไปเรียกน้ำตาปริ่มๆได้ (หยั่งกะฟิคแน่ะ…)อยุ่ช่วงนี้ก็ลองไปเสริซหาดูในพันทิพย์ละกันขี้เกียจลง เป็นtext ให้ อีกอย่างหลังจากที่เค้าบอกว่าเรื่องมันFINแล้วก็ไม่ได้ไปติดตามต่อเลยเห็น ว่ามีเรื่องเล่าหลังจากที่คุณอ้อย(นามสมมุติในเรื่อง)ไปบวชอีกนิด นึง…Entryนี่ก็มีแต่เรื่องระบายๆอีกแล้ว งิงิ….
- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -
(ข้อความด้านบนทั้งหมดนี่พิมพ์ไว้ตั้งแต่วันที่ 10 ที่ไม่ได้โพสตอนนั้นเพราะIEยังเสียอยู่นั่นแหล่ะFireFoxมันโพสEntryไม่ได้คง มีปัญหาเกี่ยวกะFlash)
ต่อจากนี้คือข้อความปัจจุบัน…..
ช่วงนี้ก็ใกล้สอบแล้ว…..ต้องเตรียมตัวเป็นซอมบี้สำเร็จรูป5คืน สแตกก็ยังไม่ได้ ไอ่บ้านางก็บอกตูไม่รุ้เรื่องๆๆๆ ไม่รู้เรื่องมาตรฐานมันก็ของเรานี่คนละเรื่องเลยนะ…
ไม่รู้ของมันคือ “คำตอบที่เขียนไปจะถูกมั้ย” แต่ไม่รู้ในความหมายของเราคือ “กุไม่รู้จะเขียนอะไรลงไปในกระดาษเพื่อให้มันกลายเป็นคำตอบด้วยซ้ำไป”
PHPเห็นว่าจะสอบ แต่คาบก่อนอจ.เล่นป่วยซะเลยคุยไม่รู้เรื่องอีก อ่าวเวง…บอร์ดNEGช่วงนี้ก็ไม่เข้า ดูห่างเหินไปทุกทีๆ คิดถึงตอนที่เล่นเกมอยู่เหมือนกัน….ถึงจะมีโรคจิตวิเวกประจำตัวชอบอัพคน เดียว(ซุ่ม)แต่อย่างน้อยก็ได้กระซิบคุยกันกับสมากชิกทุกคนในเกม ติดต่อกันได้ตลอด แต่พอเลิกเล่นไป…ทำให้เราใกล้จะลืมเค้า เค้าก็คงใกล้ลืมเราแล้วเหมือนกันสินะ(คิดมากอีกแล้ว)
นี่ก็ตี3แล้ว….นั่งทำอะไรอยุ่งั้นเหรอ เพิ่งเล่นSilverChaosIIจบไปรอบที่3 กรั่กๆ….ในที่สุดก็สั่งซื้อเกมBLมาเล่นจนได้…. แมร่งภาษาญี่ปุ่นล้วน ถ้าไม่ได้บทสรุปนะ ไม่เล่นแมร่งแล้ว รอสูบCGอย่างเดียวดีกว่าถ้ารู้ว่าเป็นงี้ ไม่ใช่ว่าเกลียดเกมหรอก แต่ก็นะ อ่านไม่รู้เรื่องแถมคลิกคำตอบมั่วดีไม่ดีไม่จบอีก…แบบว่า”เซ็งเป็ด”(… นี่คือความทรมานของคนที่อ่านญี่ปุ่นไม่ออกสักตัวแต่เสือกกะแดะเล่นเกมจีบ หนุ่ม555) อาวเถอะอย่างน้อยเสียงในเกมมันก็เร้าใจดีกว่านั่งดูรูปเปล่าๆอย่าง เดียว(เสียงนายเอกเร้าใจมากเคอะ แทบจะปิดลำโพงไม่ทัน…แมร่งกัวแม่กะป้าได้ยินชิบหาย)แถมได้บริหารนิ้วโดย การกดคลิกผ่านอย่างแหลกลาญอีกด้วย แต่เอาเถอะในเมื่อขูดตังป้าซื้อมาแล้วก็ต้องเล่นให้จบ(ตั้ง400บาทนะ เฟ้ย!)….เกมที่ได้มาก็มีทั้งSilverChaosIและII,GakuenHeavenของอจ.ยูฮิกุ ริ(ชอบงานอจ.คนนี้มั่กๆคนวาดSeimadenกะคันตาเรลล่าไง)แล้วก็Hanamachi monogatari<<(มันเกี่ยวอะไรกะโชกุบุทสึโมโนกะตาริป่าววะ)แต่เกมนี้ เห็นCGแล้วถูกใจตาลุงในเกมอยุ่คนนึง อ๊างงงงอยากเห็นนนน
เอาละ ว่าจะไปเล่นให้จบอีกรอบจะได้ครบทุกตัวซะทีแล้วค่อยเปลี่ยนเกม…ขอตัวไปต่อก่อนละ^^
ไว้ ว่างๆจะมาอัพต่ออีก
July 02 2007

เหตุการณ์ของนังหม่องช่วงนี้…

เปิด เรียนมาได้สักระยะแล้วละ ยังเป็นนังหม่องที่งี่เง่าเหมือนเดิม ช่วงนี้นึกครึ้มมาเปิดบลอคเพิ่งเห็นว่าเจ้เข้ามาดูบลอคนู๋ด้วย ขอบคุณนะก๊าบ!ไว้นึกครึ้มอีกเมื่อไรจะเข้าไปเยี่ยมบลอคเจ้บ้างนะ แล้วก็ขอแอดบลอคเจ้ไว้ด้วยละกัน อิอิ^^
ช่วงนี้ได้กลับบ้านน้อยลง เล่นเนทน้อยลง แถมอยู่ที่หอก็แทบไม่ได้เข้าร้านเนทเลย เพราะปกติเมื่อเข้าไปก็ต้องเข้าไปเล่นเกมสินะ…แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เล่นเกม ออนไลน์เลย…ก็เลยหาเหตุผลให้ตัวเองไปร้านเนทไม่ได้…(ไม่ได้เจอพี่ร้าน เนทหล่อนั่นนานแล้วคิดถึงหน้านิดๆไม่รุเมียแกยังดุเหมือนเดิมมั้ยนะ หึหึ) ช่วงนี้ก็ยังยุ่งเรื่องรับน้องสยองขวัญอยู่คับ วันที่ไปเจอน้องวันแรกเกือบได้เป็นพี่ว้ากด้วย ไม่รู้เพราะเราบ้าอะไรที่ไปว้ากใส่น้องวันนั้น ไอ้นางยังถามเลย(แกทำได้ไงวะเนี่ย)…คงรู้สึกเหมือนเป็นสัตว์ใหญ่ที่ได้ แกล้งสัตว์เล็กกว่าละมั้งเลยจู่ๆกล้าไปว้ากใส่ซะงั้น…รู้สึกว่า..เวลาไป พูดเบาๆพูดดีๆให้น้องเข้าใจเนี่ย…เหมือนมันไม่สนใจเลย…คือเห็นสีหน้ามัน แล้วเหมือนมันไม่ใส่ใจในสิ่งที่เราต้องการให้มันทำอ่ะ…และมันไม่หนักแน่น ได้เท่ากับการที่เราสั่งด้วยเสียงดังๆและหนักแน่นแบบนี้(ดีกว่า)แต่เดี๋ยว นี้ไม่ละ….รู้สึกว่าตัวเองอยากเป็นสัตว์ที่รักสงบมากกว่าไปตะโกนโฮกๆใส่ เขาแบบนั้นเพื่อนๆบางคนบอกว่าเห็นเราเป็นแบบนี้แล้วน่ากัวว่ะ(เพราะปกติจะทำ ตัวเงียบๆไม่ใส่ใจใครนี่นะ) รู้สึกว่าน่าเบื่อนะ กิจกรรมซ้อมน้องนี่ทำให้หนักใจแฮะ…ถ้าเราทำได้ไม่ดีให้เหมือนกับที่รุ่น พี่เทรนเราก็รู้สึกไม่สบายใจ…แต่มันก็ขี้เกียดอ่ะ…วันที่ควรได้หยุดกลับ ต้องมาสั่งให้น้องร้องเพลงซ้อมเชียร์ไปซะงั้น…เพื่อนๆในห้องก็ไม่ได้ สามัคคีพร้อมใจกันช่วยซ้อมน้องเล้ย แตกแยกกันหนักอีกตังหากจากเริ่มแรกที่เป็นสงครามเงียบย่อยๆไม่พอใจอะไรก็ นินทากันเงียบๆ พอเริ่มมีเรื่องรับน้องมาด้วยกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ไปซะแล้ว เพื่อนที่เคยคิดว่าเราคงนินทาหยอกเล่นได้ไม่มีอะไรพอเรานินทาอะไรให้เขาได้ ยินหน่อยดันกลายเป็นเรื่องใหญ่โตหาว่าประชดประชันจะต้องเรียกหัวหน้าของทั้ง สองฝ่ายมาเคลียร์กันให้ได้  คนนึงปากจัดปากเสีย อีกคนนึงชอบใช้อารมณ์  มันเลยอยุ่ด้วยกันไม่ได้เพราะเหตุนี้ คิดๆดูแล้ว หัวหน้าแต่ละฝ่ายนี่มันก็มีส่วนไม่ดีเรื่องใดเรื่องนึง(ไม่มีใครที่เพอร์เฟค สินะ)
อาวเถอะ….ยังไงชั้นก็เป็นเครื่องมือที่อยู่ตรงกลาง(เราเป็นฝ่ายศิลป์นี่ฮะ)…ทำหน้าที่ที่ถูกสั่งมาและรอดูความเป็นไป เท่านั้น
มีเรื่องวุ่นๆน่าเบื่อๆเกิดเยอะช่วงนี้ เรียนเย็นเลิกค่ำทุกวันแถมหยุดวันพุธกลางสัปดาห์ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยไม่ ค่อยได้อยู่บ้านแถมต้องกลับเย็นวันอาทิตย์อีก…เซ็งแฮะ…เวลาเล่นเกมเลย ไม่ค่อยมีรวมทั้งวาดรูปด้วยแหล่ะ…TAT”
มีรูปอยู่รูปนึงที่ยังวาดไม่เสร็จแต่พอลงมือวาดเมื่อไร…รู้สึกว่ามัน ทำได้ไม่ดีพอ…รู้สึกท้อไม่อยากวาดต่อ…ยิ่งช่วงนี้ไม่ค่อยหยุดเลยทำให้ เราไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจกับมันเลย….เป็นอะไรที่ค้างคาอยู่ในความคิดเราตลอด เวลา ยื่งห่างเหินมันมากไปก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะลืมวิธีวาดนั่นวิธีลงสี รูปนั้น ไม่อยากลืมมัน แต่ถ้ากลับไปลงสีอีกครั้งแล้วทำได้ไม่ดี ก็ยิ่งรู้สึกเครียด ท้อ ไม่สบายใจ…เป็นอะไรที่เซ็งจริงๆวุ้ย…
เรื่องกลุ้มอีกเรื่องคือ…ตอนนี้คอมพ์เสียด้วยอ่ะ เปิดแล้วสัญญาณมันไม่เข้าจอมั้ง…ไม่รู้เป็นที่เมนบอร์ดรึเปล่า ปัญหาไม่ได้เกิดที่จอเพราะจอไปเสียบเครื่องอื่นจอก็ยังติด..การ์ดจอก้อลอง เปลี่ยนแล้ว แต่จอยังไม่ติด เอาไปซ่อมร้าน กังวลเรื่องร้านเค้าจะฟอร์แมทHDDช้านเจงๆเลยยยย แงงงง……..ในนั้นมีรูป มังก้าY งานที่ยังไม่เสร็จนั่น ไฟล์ที่แทบจะเป็นชีวิตช้าน….ถ้าหายไป คงยิ่งกว่าตายห่าอีกมั้งToT” เครียดอีกแว้ววว
ตอนนี้ขอแค่ให้คอมพ์นู๋กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมโดยที่ไฟล์ในHDDยังอยู่ครบสมบูรณ์ทีเห้อ ฮือๆT=T”
June 28 2007

What is meaning of life?,and i should know it for what?

วันก่อน อ่านแม็กกาซีนเล่มนึง เนื้อหาเขียนเกี่ยวกะบทสัมภาษณ์ของนายเป็นเอก รัตนเรือง ที่ทำหนังเรื่องแนวๆเช่น เรื่องตลก69(อันนี้ชอบมากๆ )รักน้อยนิดมหาศาล (ดูแล้วงงว่ะ แต่ชอบเหมือนกัน)คำพิพากษาของมหาสมุทร(งงๆเหมือนเดิม แต่เริ่มเฉยๆแล้วว่ะ)และ พลอย (อันนี้ยังไม่ได้ดู รอแผ่นออกค่อยดู….ชอบหมิวว่ะ)
เค้าถามเป็นเอกว่า “มีชีวิตไปเพื่ออะไร?” เป็นเอกตอบ “เพื่อตามหาความหมายของชีวิตมั้ง”
ถ้าพบคำตอบแล้วจะทำไง? ” ไม่รู้สิ คงตายมั้ง” เป็นเอกตอบแบบนั้น
เมื่อเจอสิ่งที่ตามหาแล้วก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร รู้แล้วชีวิตก็หมดความหมาย ….บางสิ่งบางอย่างที่ไม่รู้ต่อไปซะจะดีกว่า
เป็นอะไรที่โดนใจแฮะ เลยต้องขอมาเมมไว้ที่บล็อคนี้ก่อนก่อนที่ความจำปลาทองนี้จะลืมมันซะหมด
ก่อนนั้นก็เคยถามตัวเองแบบนั้นเหมือนกัน “ฉันมีชีวิตไปเพื่ออะไร ?”  ฉันก็จะให้คำตอบกับตัวเองว่า “อยู่ไปเพื่อหาความหมายของชีวิต”
จำไม่ได้ว่าเอาความคิดมาจากการ์ตูนเล่มไหน แต่คงอ่านแล้วโดนใจเลยจำเอาไว้น่ะ แล้วตอนนี้เจอสิ่งที่หาไว้หรือยัง ? “ยังไม่เจอ”
งั้นก็คงต้องค้นหาไปเรื่อยๆว่างั้น? “ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจว่ามีชีวิตไปเพื่ออะไร…. ตอนนี้รู้สึกว่าชีวิตมันว่างเปล่าเคว้งคว้าง
ไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีความหมาย แล้วฉันจะหาไปเพื่ออะไร เอ….นั่นสิ ฉันมีชีวิตไปเพื่ออะไรกันเนี้ย ? “
พระเจ้าสรรสร้างชีวิตเราขึ้นมา จากกองเลือด กระดูกและเนื้อหนัง ให้หนึ่งชีวิตได้พบพานกับการทดสอบ ครั้งแล้วครั้งเล่า
การทดสอบที่เรียกว่า”การมีชีวิต” ไม่รู้ว่าความสามารถของไอ้มนุษย์คนนี้จะผ่านพ้นการทดสอบที่ต้องเผชิญกับความทุกข์
ความเจ็บปวด ทั้งกายและจิตใจไปได้สักเท่าไรกันนะ…แล้วการทดสอบเนี่ยเมื่อไรมันจะหมดสิ้นไปซักที ?
เพราะฉันเริ่มเบื่อมันเต็มทีแล้วว่ะ!
ไม่รุผ่านมากี่วันแล้วที่ไม่ได้ออนเอ็ม ไม่ได้โทรหาคนๆนั้น ไม่ได้ทำอะไรเพื่อคนที่สำคัญที่มีเพียงหนึ่งเดียวอย่างที่เคยทำ
ใช้ชีวิตไปวันๆ กิน,นอน ดูหนัง อ่านนิยาย อ่านการ์ตูนวาดรูป แล้วก็เล่นเกม
เพราะไม่รู้ว่าจะกลับไปทำย่างนั้นเพื่ออะไร ในเมื่อเรา+ไป แต่เขา- +เจอ- ผลมันก็ได้-  ถึงจะมีค่าและสำคัญต่อเรา
แต่กลับว่างเปล่าไร้ค่าสำหรับเขา ก็ไม่รู้จะทำไปอีกเพื่ออะไร เลยปล่อยให้มันเงียบหายไปอย่างนี้
และเขาคงลืมเราได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก ในเมื่อเสียงของเรา ไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาแล้วนี่นะ
ต่อให้ได้พูดคุยกันอีกครั้ง เราก็ไม่มีอะไรจะคุย ไม่มีสิ่งใดที่จะตอบคำถามเขาได้ และมันก็ว่างเปล่าเหมือนเดิม
ฉันเสแสร้งว่าฉันไม่รู้สึกอะไร ทั้งๆที่ข้างใน มันก็ยังคงทรมานอยู่
เมื่อวานไปหาหมอออโธปิดิกส์มาซะที หมอบอก”ลูกสะบ้าหลวมจังว่ะ ” อือ แล้วจาให้ทำไงวะ?(คิดในใจ) แล้วเม่งก็นั่งบิดลูกสะบ้าเล่นใหญ่ (เหอๆ กุเจ็บนะเว้ย) แล้วก็อธิบายไปว่า พอดีได้งานทหารอ่ะ กลัวเผื่อว่าจะต้องวิ่งแล้วเข่าจะเป็นอะไรขึ้นมา
หมอถาม “อยากเป็นหรือเปล่า ทหารอ่ะ?” เรา ถอนหายใจ….”ก็งั้นๆ” หมอเห็นทีท่าเราเลยบ่นว่า “ถ้าไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องเป็นสิ”
เรา “ก็ไม่อยากเป็นหรอก แต่มันได้งานไปแล้วให้ทำไง” (ไม่ได้จบมามีงานรับรองแบบคุณหมอนี่หว่า ได้งานไรมาก็คว้าไว้จาได้มีงานทำ
ไม่ต้องเตะฝุ่นไปจนอดตายเว่ย เถียงในใจ) แล้วก็เลิกพูด ดูท่าทางคุณหมอจะหิวข้าว รีบเคาะแป้นคีย์บอร์ดปึงๆๆ อยากถามจังเลยว่ะ
คีย์บอร์ดเคยพังบ้างป้ะคะ เคาะแบบนั้นอ่ะ โดยเฉพาะปุ่ม Enter คงใกล้พังเต็มทีล่ะสิ (แต่ก็ได้เพียงคิดในใจ มะกล้าพูดไป กลัวคุณหมอจะคลุ้มคลั่งเพราะหิวจัด)555 ล้อเล่นน่ะ คุณหมอหน้าตีออก แต่ท่าทางฉุนเฉียวไปนิดนึงนะ คงเครียดเพราะวันนี้คนไข้เยอะ และ สุดท้าย ก็ได้สนับเข่ามาใส่ +ยาอีก3แผงเสียเวลานั่งรอเรียกตรวจ+รอยาไป 7 ชม. แม่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ไอ้ห่ะ เมื่อไหร่แม่งจะเรียกซะทีวะ เลยไล่ให้แม่กลับบ้านไปก่อน
กลับมานอนเป็นตาย ไม่รับรู้อารายทั้งสิ้น แล้วก็ตื่นมาตอนตี2 อาบน้ำ+กินข้าว แล้วกลับเข้าไปนอนต่อ (ตอนตี2น่ะแหล่ะ)
……หมดเรื่องบ่นแระว่ะ….งั้นแค่นี้ละกัน
ปล.เพื่อนๆที่รัก
ไอ้หมูกดำหมาที่บ้านของเราถูกไอ้คน…ไม่สิ…เดนนรกตัวหนึ่งยิงตายอย่างเลือดเย็นไปซะแล้ว ต่อจากนี้พอมาบ้านเราอย่าแปลกใจนะว่า
ทำไมไม่เจอไอ้หมูกดำ?
หายใจต่อไปแล้วเจอกันใหม่ในวันที่โลกยังคงหม่นหมอง Adios!
June 20 2007

Uncertainty

20 มิถุนายน 2550
.——————————————————————–
[หมาน้อย] : เล่นหน่อยก็ไม่ได้ ปิดเอ็มหนีเค้าเยย
[หมาน้อย] : ฮึก…ฮึก
[เจ้านาย] :  ก็พี่เห็นว่าทุกคนไปนอนกันหมดแล้วนิ
[เจ้านาย] :  พี่จะออนต่อทำไมล่ะ
[เจ้านาย] :  ก็ปิดซะเลยไง
[เจ้านาย] :  ก็แค่นั้นอะ
[เจ้านาย] :  ทำไมต้องโกรธด้วย
[หมาน้อย] : มะได้โกด
[หมาน้อย] : แค่เศร้าๆ
[เจ้านาย] :  จะมาเศร้าไมเนี่ย
[หมาน้อย] : ไม่รุเหมือนกัน หาเหตุผลมะได้
[เจ้านาย] :   เอ้อ
[เจ้านาย] :  เอเป็นว่าพี่ขอโทษแล้วกัน
[เจ้านาย] :  พี่ผิดแล้วกัน จะได้จบ
[หมาน้อย] : พี่ไม่ผิดหรอก
[หมาน้อย] :  แวมๆงี่เง่าเอง
[หมาน้อย] :  อย่าใส่ใจเลย
[เจ้านาย] :  ช่างเถอะ
[เจ้านาย] :  ไม่มีใครผิดแล้วกัน
[เจ้านาย] :  หนูก็อย่าใส่ใจกับารกระทำของพี่มากนักเลย
[เจ้านาย] :  พี่เป็นทำอะไรทำเร็ว บางทีไวกว่าความคิด
[เจ้านาย] :  อะไรหลายๆอย่างอาจไม่ทันคิดก็ได้
[เจ้านาย] :  เพราะงั้น
[เจ้านาย] :  เรื่องบางอย่างอย่าเก็บไปคิดเลยเป็นภัยกับหนูปล่าวๆ
[เจ้านาย] :  ลืมบางอย่างได้ก็ลืม
[เจ้านาย] :  เข้าใจปะ
[หมาน้อย] :  งืมก้อเปงคุณหมอนี่น้า ตัดสินใจไรก็มีแค่1กะ0
[หมาน้อย] :  เข้าใจคนอื่นเนี่ยมันยุ่งยากจัง
[เจ้านาย] :  นั่นสินะ
[เจ้านาย] :  พี่ก็ไม่สามารถเข้าใจคนอื่นได้100%เหมือนกัน
[หมาน้อย] :  ลืมมามากพอแล้วงะ
[เจ้านาย] :  ลืมพี่ไปเลยก็ได้นะ
[เจ้านาย] :  ถ้าหนูอยากทำ
[หมาน้อย] : เรื่องของคนสำคัญ บางทีก็อยากเข้าใจบ้าง
[หมาน้อย] : แล้วก็คิดสักหน่อย
[หมาน้อย] : ว่าแวมจะลืมพี่หมอลงเหรอ
[เจ้านาย] :  ไม่รู้สิ
[เจ้านาย] :  ถ้านั้นทำให้หนูสบายใจได้ล่ะก็
[เจ้านาย] :  มันก็ดี
[หมาน้อย] : วันที่ 9 ก.พน่ะแวมจำได้ทุกคำพูดของพี่นั่นแหล่ะ
[เจ้านาย] :  อืม พี่รู้
[เจ้านาย] :  แต่ถ้ามันทำให้ทรมาน
[เจ้านาย] :  ก็ไม่อยากให้หนูจำได้เลยนะ
[หมาน้อย] :  เรื่องบางอย่าง แวมอยากจะจำต่อให้มานทรมานทุกครั้งที่นึกถึง แวมก็อยากจะจำ ขอไว้สักเรื่องเหอะที่แวมลืมไม่ได้
[เจ้านาย] :  ไม่เป็นไร
[เจ้านาย] :  พี่เข้าใจ
[หมาน้อย] :  พี่ก็ทำใจหน่อยนะ ว่าแวมน่ะงี่เง่าแบบนี้แหล่ะ
[หมาน้อย] :  อุย่เป็นปกติเหมือนเดิม พอแล้ว
[หมาน้อย] :  อยุ่แบบนี้ไปเรื่อยๆละ
[เจ้านาย] :  อืม
[หมาน้อย] :  อย่าแย่ลงกว่านี้….แค่นั้น ไม่ขอไรมากก่านี้
[เจ้านาย] :  โทษนะ
[เจ้านาย] :  ถ้าพี่จะถามตรงๆ
[เจ้านาย] :  หนูยังหวัง”สิ่งนั้น”อยู่ไหม
[หมาน้อย] :  หวัง
[หมาน้อย] :  แต่มานก็เป็นไปไม่ได้ใช่มะ
[เจ้านาย] :  ใช่
[หมาน้อย] : แล้วแวมยังเป็นคนสำคัญของพี่หมอเหมือนเดิมหรือเปล่า?
[เจ้านาย] :  อืม
[หมาน้อย] : อืม=งั้นมั้ง? , อืม=งั้นๆ?
[เจ้านาย] :  อาจสำคัญไม่ได้เท่าแวมอยากได้
[หมาน้อย] :  แล้วคิดว่าแวมอยากได้แค่ไหน?
[เจ้านาย] :  พี่ให้หนูได้
[เจ้านาย] :  เหมือนโย
[เจ้านาย] :  เหมือนฟา
[เจ้านาย] :  พี่ให้ได้แค่นั้น
[เจ้านาย] :  ไม่ว่าหนูจะอยากได้แค่ไหน
[เจ้านาย] :  พี่ก็ให้ได้แค่นั้นจริงๆ
[หมาน้อย] :  ก็แค่น้องๆคนนึง
[หมาน้อย] :  แค่นั้น
[เจ้านาย] :  ใช่
[หมาน้อย] :  ไม่ได้สำคัญไรมากก่านั้นถูกมะ
[เจ้านาย] :  อืม
[หมาน้อย] :  ไว้พี่หมอมีคนที่รักจิงๆก่อนละกัน แวมถึงจะเลิกคิด
[เจ้านาย] :  ถ้าอย่างนั้นก็นานเกินไป
[หมาน้อย] :  ทำไงได้ ก็แวมงี่เง่าแบบนี้ล่ะ
[เจ้านาย] :  หนูไม่ได้งี่เง่าหรอก
[เจ้านาย] :  แค่มัวเมามากไป
[หมาน้อย] :  ถึงพี่หมอไม่ได้คิดว่าแวมสำคัญไรมากมาย แต่สำหรับแวม แวมจะคิดว่าพี่หมอสำคัญที่สุดเหมือนเดิม
[หมาน้อย] :  ขอแค่รู้ไว้ละกัน
[หมาน้อย] :  *doggy หมาน้อยก็ยังรักเจ้านายที่สุดเหมือนเดิม
[หมาน้อย] :  รู้ไรไหม
[หมาน้อย] :  เหตุผลเดียวที่แวมอยากไปหาพี่
[หมาน้อย] :  แวมแค่อยากไปถามจากปากพี่หมอตรงๆว่า
[หมาน้อย] : แวมยังเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับพี่หมอเหมือนเดิมหรือเปล่า?
[เจ้านาย] :  อืม
[เจ้านาย] :  แล้วหนูได้คำตอบหรือยังล่ะ
[หมาน้อย] :  ตอนนี้แวมได้คำตอบละ
[หมาน้อย] :  ความสำคัญของแวมต่อพี่หมอลดลงจากวันนั้น
[เจ้านาย] :  แล้วหนูรับไม่ได้
[เจ้านาย] :  ใช่ไหม?
[หมาน้อย] : ถึงแวมจะอยากเป็นคนสำคัญสำหรับพี่หมอ….เป็นมากกว่าน้องคนนึงแบบที่พี่รู้สึกกับโยหรือฟา
[หมาน้อย] : ถึงคำตอบที่พี่หมอพูดมาไม่ใช่คำตอบที่แวมต้องการ
[หมาน้อย] : แวมๆไม่เป็นไร
[หมาน้อย] : แค่พี่หมอไม่เกลียดแวมก็พอแล้ว
[หมาน้อย] :  โอเคไหม
[หมาน้อย] :  แวมจะสำคัญตัวเองต่อพี่หมอให้ลดลง
[เจ้านาย] :  พี่ไม่เกลียดแวมหรอก
[เจ้านาย] :  มันไม่มีทางอยู่แล้ว
[เจ้านาย] :  แต่ไม่อาจรักแวมได้
[เจ้านาย] :  เท่ากับที่แวมรักพี่เข้าใจมั้ย
[หมาน้อย] :  แวมเข้าใจ
[หมาน้อย] : แต่ความรู้สึกของแวมต่อพี่หมอจะยังคงเหมือนเดิมน่ะแหล่ะ อย่างที่พูดไว้เมื่อกี้….
[เจ้านาย] :  ตามใจเถอะ
[เจ้านาย] :  แต่พี่บอกความรู้สึกของพี่ชัดเจนแล้ว
[หมาน้อย] :  ครับ
[เจ้านาย] :  และมันก็เป็นได้แค่นั้นเท่านั้น
[เจ้านาย] :  มากกว่านั้นไม่ได้
[หมาน้อย] : แวมก็แค่ยังยึดติดอยู่กับความหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้….งมงายใช่มะ…แต่แวมก็เป็นแบบนี้ละ
[หมาน้อย] :  สิ่งที่แวมอยากจะพูดมีแค่นี้ละ
[เจ้านาย] :  อืม
[เจ้านาย] :  สิ่งที่พี่จะพูดได้ก็มีแค่เท่านั้นเหมือนกัน
[หมาน้อย] : ขอบคุณที่เคยมอบคำพูดที่ทำให้แวมรู้สึกดี ขอบคุณที่พี่ไม่รังเกียจแวม ….ขอบคุณที่ทนนั่งฟังแวมๆบ่นคับ
[เจ้านาย] :  ไม่เป็นไร
[หมาน้อย] :  ไปกินข้าวละคับ
[เจ้านาย] :  เพื่อน้องสาวพี่ทำได้จ้ะ
—————————————————————–
แล้วคนสำคัญ ก็เป็นได้แค่นี้ เป็นได้เพียงแค่ แค่ “น้องสาว” คนนึง ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรมากกว่าใคร
ความ “มีค่า”ของเราสำหรับเขา มีแค่นี้เท่านั้นสินะ
คนที่ใกล้ชิดหัวใจของพี่ที่สุด ตรงไหนล่ะ? น้องสาวคนอื่นๆ ก็คงทำได้อย่างแวมเหมือนกันใช่ไหม?
ใช่ฉันรับไม่ได้ที่ความสำคัญของฉันลดลง ฉันกำลังร้องไห้ ฉันกำลังเจ็บปวด
เพราะอะไรเหรอ เพราะเราคาดหวังมากเกินไปเหรอ? ถึงจะรักมากแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นได้แค่นี้สินะ
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนแม้แต่ ความมีค่าของเราต่อคนๆนึง….สักวันมันก็จบลงดวยค่าที่เสื่อมลงไป
คนสำคัญที่สุด มันก็แค่นี้ละ
ฉันไม่เป็นไร ฉันยังคงหายใจ เลือดที่แขนก็ยังคงไหลซึมต่อไปแสดงให้เห็นว่าหัวใจของฉันยังเต้นอยู่
แต่ภายในใจของฉัน มันแตกสลายไปแล้วใช่ไหม
ฉันยังคงแสร้งยิ้มต่อไป แสดงให้คนอื่นเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้แต่แผลที่แขนและเลือดที่กำลังไหลอยู่นั้นก็ไม่ทำให้ฉันเจ็บปวด ไม่มีเสียงกรีดร้องร่ำไห้ใดๆ
บางสิ่งที่เรียกว่าจิตใจในตัวฉันมันคงตายลงไปแล้ว
ฉันไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว ทั้งความรัก ความทรงจำ ทุกคำพูด มันคงสลายไปพร้อมกับใจของฉันแล้ว
พอทีเถอะความรัก ฉันจะไม่รู้สึกยินดีหรือเสียใจกับมันต่อไป ฉันอยากจะลืมเลือนทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
ฉันเหนื่อยหน่ายเต็มที ที่ต้องทนร้องไห้คนเดียวจนแทบสูญสิ้นความเป็นตัวของตัวเอง
ฉันไม่อยากรู้สึกอะไรกับมันอีกต่อไป ฉันจะเป็นแค่กายเนื้อที่ทำงานต่อไป หายใจไปวันๆ
ฉันจะเป็นจะตายอะไรอย่างไร ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรต่อโลกนี้นักหรอก มันก็ยังคงหมุนต่อไปเหมือนเดิม
ฉีนจะเลิกคาดหวังกับ คำว่าความรักและความสำคัญนี้ซะที
ลาก่อนหมาน้อยแวมๆขี้แย
ลาก่อนความรัก
———————————————————
May 15 2007

My Summer

ไม่ได้อัพมานานเท่าไรแล้วหว่า สเปซเนี่ยตั้งแต่ก่อนเรียนจบม้าง….
เรียนจบมากี่เดือนแล้วจำไม่ได้ ขี้เกียจนับ แต่รู้ว่าจบมาGPAตูไม่ถึง2.5 ได้2.46 (อีกแค่0.04เนี่ยให้นู๋ไม่ได้เหร้อ ฮือๆ)
แต่เกรดเทอมนี้ได้3.4นะ จากที่เคยได้2.1 2.2 ….(เกือบจะไทรไม่ไทรแหล่เต็มที)
เสียดาย HumanRelationถ้าย้ายSecไปเรียนกะเพื่อนอีกกลุ่มคงได้Aไปแระ (นี่ได้แค่B)
ฮี่ๆ ส่วนอีกวิชาที่ตะลึงตึงๆและงงมากเลย คือ วิเคราะห์ระบบ…เห็นเกรดในเนทครั้งแรกยังงง…ตาไม่ฝาดใช่ไหม..นั่นมันBoxแน่นะ
..เฮ้ย!ได้Bมายังไงฟร่ะ!!! ตอนเรียนก็โง๊โง่ จารย์ถามไรก็มืนตอบไม่ได้ นั่งเอ๋อ นั่งเหม่อได้ทั้งคาบ แล้วตูสอบได้Bมายังไงหว่า 555
ในขณะที่เพื่อนๆรอบกายได้C+กันซะส่วนใหญ่…เอาเต๊อะไงๆก็คุ้มค่ากับ การทนปั่น+วาดERกับเพื่อนๆ ส่งอจ.แทบไม่ได้นอนกันมาทั้งเทอมใช่ไหม?
ส่วนวิชาฉุดเกรด ทั้งๆที่ตอนแรก3.5กว่าๆ ก็คือVisual Programingนั่นละ สมพรปากจิงๆ เรียนC++เกรดเลยได้C+ไปเลย
เอิ้ก…น่าจะสอนวิชวลเบสิคแต่แรกนะไม่ง้นได้Aไปแล้วฮิธ่อ!(เพ้อเจ้อไปไหมนั่น)
ส่วนวิชาที่เหลือ จิตวิทยากะอังกฤษได้มดวิ่งในใบเกรด2ตัว ดีใจๆ
เรียนจบมาใหม่ๆ  ใช้เวลา12ชม.ต่อวัน(18.00น.-6.00น.) เพื่อเล่นเกม เล่นเกม และเล่นเกม
ส่วนเวลา12ชม. ที่เหลือ(6.00น.-18.00น.) คือ กิน และ นอน ช่างเป็นชีวิตที่ไร้สาระม้าก เวลาชาวบ้านเค้านอนฉันตื่น เวลาชาวบ้านเค้าตื่นฉานก็นอน
เป็นผีดิบเฝ้าบ้าน(หรือว่าที่ไอ้พวกชอบมาด้อมๆมองๆบ้านตอนดึกๆ ไม่โผล่มาอีกเลยเพราะฉานหว่า?) จนแม่เอือมระอาทะเลาะกันยกใหญ่ช่วงนึงถึงขั้นแม่ขู่จะหนีออกจากบ้าน
หลังจากนั้นก็ปรับตัวเป็นเด็กดีขึ้น(ตรงไหนวะ)
เล่นเกมวันละ6ชม. กิน,นอน12ชม. อีก6ชม.ทำงานบ้านกะหางานทำงกๆ
คุณแม่กะคุณป้า ขยั้นคะยอมากเลย….”ให้หางานราชการทำนะลูก” นี่ก็ไปสมัคร กพ.เอย นายสิบ(สเมียนคีย์ข้อมูล),กรมป่าไม้,การบินไทย ไหนเดือนหน้าจะสมัครไปรษณีย์อีกอ้ะ
แล้วก็ยังมีที่สมัครตอนตลาดแรงงานอีกสิบกว่าที่ (ไม่รุแม้งจะเรียกสักที่ไหม)หึหึ โดยเฉพาะที่สมัครเป็นข้าราชการทั้งหลาย
ดูเหมือนตำแหน่งที่สมัครไปช่างห่างเหินกับฝันที่อยากจะเป็นทุกทีๆละนะ
เคยมีพี่ในบอร์ดออลไฟนอลบอกว่า “ทำงานเพื่อให้มีชีวิตรอด ส่วนความฝันทำให้ชีวิตมีความหมาย”
ดูเหมือนชีวิตตูความหมายมันก็จางลงไปทุกทีๆแระ
ความฝัน กะ อนาคต มันต้องเลือกเอาสักอย่างใช่มะ? เฮ่อๆ ช่างเหอะจะมีชีวิตอยู่ถึงวันที่ฝันเป็นจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลยนี่นะ
อาวแระ มาบ่นเรื่องดีๆมั่ง หมาน้อยแวมๆกับเจ้านายพี่หมอ
30เม.ย พี่หมอมากรุงเทพฯ
ในที่สุดก็ได้เจอพี่หมอตัวจริงซ้าที! ตัวจริงน่าร้ากกว่าในรูปเยอะเลย แต่กว่าจะเจอ ต้องผ่านการทดสอบที่เรียกว่า “การรอคอย” ทั้งวัน
เริ่มจากไปถึงรังสิตเที่ยงเป๊ะ ตามคำที่พี่หมอบอกว่าพี่จะถึงประมาณเที่ยง เดินต๊อกๆไปขึ้นรถเมล์เตรียมไปดรีมเวิลด์ แล้วก็โทรหาพี่ท่าน
ได้คำตอบกลับมาคือ “พี่ยังไม่ออกจากจันทบุรีเลย คงถึงนู่นประมานบ่าย2ครึ่งนะ “
แป่ว…..ทำไรดีวะตู อีก2ชม.ครึ่ง…เลยกะจะไปดูหนังที่เมเจอร์ …แต่ทว่า หนังที่ตูอยากดู(Hannibal Rising)พึ่งฉายไป20นาที
แป่ววว อดดูอีกละ …ทำไรดี อ่านหนังสือ กินKFC บ่าย2แล้ว…โอ้…ขึ้นรถเมล์ไปดรีมเวิลด์
นั่งรอด้วยใจระทึก…นั่งนับรถตู้ที่วิ่งเข้ามาจอดหน้าดรีมเวิล…คันไหนว๊ะ…พี่หมอจะนั่งคันไหนมาวะ? นั่งรอจนกระทั่งยัน4โมงเย็น
“พี่คงไม่ได้ไปดรีมเวิลด์แล้วล่ะ เพื่อนๆบอกว่ากว่าจะถึงคงมืด เลยเปลี่ยนแผนไปกินอาหารญี่ปุ่นกันที่ฟิวเจอร์รังสิต”
….กรรม สรุปตูต้องนั่งรถกลับไปฟิวอีกใช่ไหมว๊ะเนี่ย!? (ถอนหายใจเฮือกใหญ่) เรียกแท็กซี่ กลับฟิวเจอร์ นั่งรอ ร๊อ รอ
ด้วยใจระทึก ตื่นเต้น หัวใจจะวาย พร้อมมือที่สั่นตลอดเวลาตามเคย ผ่านไปครึ่งชม.
ในที่สุดพี่ท่านก็โทรเข้ามา “พี่มาแล้ว หนูอยุ่ไหน?” โอ้ว มายบุดดา นั่นแหล่ะเป็นคำตอบที่รอคอยมาทั้งวัน
เห็นพี่หมอเดินผ่านแล้วละ แต่ไม่แน่ใจ พอถามว่ารอตรงไหน…เดินไปหา พี่หมอก็เดินเข้ามากอดจากข้างหลังเล้ย
คำถามแรกที่เจอหลังจากเห็นหน้าพี่หมอ “เป็นไง ผิดหวังหรือเปล่าเนี่ยที่เห็นหน้าเรา?” คำตอบเราคือ “ไม่ผิดหวังซะหน่อย”
ตอบไปแต่เราอายจนไม่กล้ามองหน้าพี่ท่านหมุนกันไปหมุนกันมากลางห้าง3รอบก่อนจะชวนกันไปกินโออิชิ แฮ้~
คุยกัน หม่ำปลาดิบ กะซูชิ จนพุงปลิ้นแล้ว ก็เดินจูงมือไปร้านการ์ตูน ตั้งแต่ออกมาจากร้านอาหารพี่หมอเดินจูงมือเราตลอดเล้ย
จนมีอยู่ช่วงนึงเราผละมือออกจากมือพี่เขา ไม่รู้ว่าพี่เขาจะคิดว่าเรารังเกียจเขาหรือเปล่า
จิงๆมะใช่นะ ที่จิงนั่นเป็นเพราะเราอยากเป็นฝ่ายจูงมือพี่เขาเองมากกว่า อิอิ ได้การ์ตูนYมาคนละ 4 5เล่มเป็นที่พอใจแล้วก็ถ่ายรูป
หลังจากนั้นเราก็เดินจูงมือพี่หมอไปส่งที่รถ…
“จะพาเรากลับสกลฯด้วยหรือไงเนี่ย?” “อยากไปไหมล่ะ ก็ไม่ปล่อยมือเราซะทีนี่นา”
ฮ่ะๆ ลืม…แล้วเราก็ปล่อยมือพี่หมอ…โบกมือบ๊ายบาย…ก่อนลาจาก…
สุดท้ายหมาน้อยก็ต้องเดินไปขึ้นรถทัวร์ หมาน้อยหันหน้ากลับไปมองพี่หมอที่กะลังจะขึ้นรถอย่างอาลัยอาวรณ์วูบนึง
ก่อนจะย่ำเท้า เดินต่อไปท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดงอย่างโดดเดี่ยว…
ถึงจะเป็นท่ามกลางเมืองใหญ่รถติด แต่วันนั้นพระอาทิตย์สวยมากเลยล่ะ
และเรื่องราวภารกิจหมาน้อยก็จบลงอย่างมีความสุขถึงแม้จะได้อยู่กะเจ้านายแค่1ชม.กะ30นาทีก็เถอะนะ
ทำเอาหมาน้อยนั่งอมยิ้มคนเดียวยามที่นึกถึงหน้าเจ้านายกะมือนิ่มๆนั่นไปหลายวันเลยล่ะ
งี๊ด…..อยากตัดมือพี่หมอมาเป็นที่ระลึกจังเล้ยยยยยย~
อาวละ…ในที่สุดเรื่องจดจำไว้ในสมองทั้งหมดตั้งแต่วันที่เรียนจบจนถึงวันนี้ ก็บ่น+ระบายลงสเปซเรียบร้อยแล้ว
อาวเป็นว่า ขอตัวไปเล่นเกมละ ไว้เจอกันใหม่ บะบายยย~
March 27 2007

เฟลสุดๆ T T

ในที่สุดก้อติดFบัญชีการเงินจนได้….
ทั้งๆที่ทำใจไว้แล้วน้า~ แต่ไม่คิดว่าจาเศร้าขนาดนี้ อืม…แระแล้วมันก้อได้แผลที่แขนเพิ่มอีกแผล
การเงินมีคนติดF 6คนแต่มีบาสกะเราที่ลงเรียนใหม่ในซัมเม่อนี้
ยังดีที่มีบาสเป็นเพื่อนเรียนการเงิน บาสเองตอนรู้เกรดบอกว่านั่งๆอยุ่น้ำตาไหลเฮียแกคงเฟลมากพอกัน(ปกติบาสมันตลกบริโภค)
เราก้อเรียนบ้าเลย ซัมเม่อ เทอมก่อนต้องดรอปคณิตไว้ พอลงเรียนซัมเม่อเลยต้องเรียนทั้งคณิตทั้งบัญชีการเงินเลย (งี้ไม่ให้ตูเครียดได้ไง วิชาเกลียดๆทั้งน้านเลยT”T)
เกรดคราวนี้ดีกว่าคราวก่อนหน่อยนึง แต่ยังไม่รู้อีกวิชา….อืม ดาต้าเบสได้Bอีกตังหาก….Bตัวที่2ของเกรดงวดนี้>[]<!!!
ทั้งๆที่เคยได้เกรดดาต้าเบสห่วยมาตลอด จำได้ที่รร.เก่า ‘จารย์เล่นสอนไม่รู้เรื่อง…อะไรก้อ”นึกภาพรีเลชั่นดูสิคะๆ” (นึกภาพอะไรเล่าว้อย!?)พอสอนไม่รุเรื่องแกเลยบินหนีนศ.ไปทำงานต่างประเทศแม ร่งเลย ปล่อยให้จารย์ใหม่สอนต่อแบบงงๆปล่อยให้เล่นMSAcessไปเรื่อยๆแล้วปล่อยCมาให้ ทั้งห้อง…เจริญ!
เย้ๆๆๆได้Bๆๆๆๆ ดีจายยยยว้อย!!!! ~>_<~
ได้ข่าวว่าทั่นอจ.สุวัตรจาสอนคอมกราฟฟิคด้วย อืม หวังว่าถ้าได้เรียนด้วยอีกจะได้เกรดงี้อีกนะ^^”(หุหุ ล่างๆมีรุปด้วย)
ช่วงนี้ก้อมีแต่เรื่องไรไม่รุ ญาติมาขออยุ่บ้านด้วย  ปกติเรานั่งเล่นคอมอยุ่ข้างล่างยันดึกได้ไม่มีปัญหา แต่พอมีคนเพิ่มมา….ต้องรีบปิด ต้องเกรงใจเขาจานอนไม่หลับ…ฮึ่ม แล้วพี่แกทำตัวซกมก เห็นแล้วหงุดหงิดยังไงไม่รุ(หมอนี่เคยขายปืนด้วย)
แม่ก้อเปิดทีวีดูแต่ข่าวประท้วง ทักษิณ สนธิอยุ่นั่นละ น่าเบื่อจริงๆ พวกนี้มันไม่มีอะไรจะทำกันรึไงฟะ น่ารำคาญชะมัด……เด๋วก้อเลือกตั้งแล้ว ชอบไม่ชอบยังไงก้อไปตัดสินที่การเลือกตั้งเด่ะ ประท้วงกันทุกวี่วันมันได้อะไร เอาเวลาที่นั่งๆประท้วงกันนั่นกลับไปทำงานหาเงินไม่ดีกว่ารึไงฟะ? ไอ้พวกงี่เง่า!
เรื่องวาดรูป….อืม ตั้งแต่รู้เกรดบัญชีการเงิน ไอเดียที่เคยๆกะฉูดไว้ มันระเบิดกระจายหายไปหมดเลย..ตอนนี้ก้อเลยหมดอารมณ์วาดรูป…..แย่จริงๆแฮะ -_-”
แต่จริงๆแล้วก้อผิดหวังมาหลายหนแระเหมือนกะชินกับความผิดหวัง คราวนี้จริงๆก้อทำใจได้เร็ว ก้อคงไม่ต่างกับไอ้แผลใหม่บนแขนนี่ละ มีดมันทื่อแผลไม่ลึกวันเดียวก้อหายแล้ว…คิดอยุ่ถ้าตอนนั้นเปลี่ยนใบมีด ใหม่จาเป็นไงน้อ…ป่านนี้คงขึ้นเมรุเผาไปแล้วแน่ๆ
พฤติกรรมทำร้ายตัวเองนี่เมื่อก่อนไม่คิดว่าจากล้าเกรีดเล่นซะเต็มแขน พอรุ่งเช้าอีกวันโคตรเจ็บเลย แต่เด๋วนี้ชินซะละ..เจ็บแค่แปบเดียวก้อหาย เหลือไว้แค่รอยแผลที่มาจากความสะใจจากอารมณ์ชั่ววูบ555…(มนุษย์ปกติห้าม เลียนแบบนะเคอะ มันไม่ดี)
พรุ่งนี้ก้อเริ่มเรียนซัมเม่อจริงๆละ…..บัญชีด้วยล่ะ….แค้คิดก้อเซ็งแร่ว – -”
บรรยากาศฤดูนี้มันไม่เหมาะกับการเรียนจริงๆอย่างที่ทั่นสุวัตรว่าจริงๆน่ะแหล่ะ..แมร่งร้อนแสด!!!
อืม ช่วงนี้ก้อยังบ้าเดอะซิม2อยุ่ …..
มันช่วยเติมความอยากให้เราได้จริงๆ หึหึ ไม่ว่าเราอยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร ซิมก้อจำลองความรู้สึกส่วนใหญ่ได้ อยากเกลียด อยากทะเลาะ อยากฆ่าใคร ก้อสั่งให้ซิมมันเป็นอย่างที่เราต้องการกระทำอย่างที่เราต้องการได้…ซิม2 นี่มีสกินเยอะ มีดัดแปลงหน้าตาได้ละเอียดขึ้นตามใจเรา ยิ่งไปหาโหลดสกินที่เหมือนคนมาใส่ยิ่งทำให้เหมือนคนจริงๆ ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเราควบคุมชีวิตคนๆนึงเลยละ….แล้วเราก้อสั่งให้มันทำ ตามความอยากของเรา ความปรารถนาของเรา ที่ในชีวิตจริงๆเราไม่สามารถทำได้
“ในเมื่อชีวิตจริงมันไม่สมหวัง เราก้อหนีเข้าโลกจินตนาการซะเลยเนาะ”(นี่มันวิธีการของคนที่มีอาการทางจิต อ่ะแหล่ะ และดูท่าทางตูคงเป็นหยั่งงั้นจริงๆ และบางทีตูอาจจะเป็นอัลไซเมอร์จริงๆด้วยอีกตังหาก อาการเริ่มเข้าขั้นแล้ว555)
ปิดท้ายด้วยรุปอีกแระ…..เป็นรุปที่วาดเล่นในชีทดาต้าเบสช่วงอ่านหนังสือสอบ…พอดีหาเอกสารแล้วเจอ ไม่มีไรทำเลยมาแสกนเล่นซะงั้น
รูปอจ.ที่สอนดาต้าเบสงับ… กร้ากๆ ปกติแกไม่ใส่แว่นสอนหรอก นึกภาพหน้าอจ.แล้ววาดตอนกะลังอ่านชีทดาต้าฯ
ตอนที่อาจารย์ถาม”มีข้อสงสัยอะไรมั้ยครับ?” ห้องเราจะเงียบทั้งปี….ทั้งๆที่มันก้อมีข้อสงสัยกันแน่ละ แต่ไม่รู้เป็นอะไรใบ้แด็กกันทั้งห้อง…(คงเล่นเนทอยุ่แน่เลย)
เรานั่งโต๊ะแรก คือข้างๆอจ.ก้อยืนสอนเลยนั่นละเลยไม่มีเวลาเล่นเนทแบบชาวบ้านเค้า(เสียมารยาท)…
ถ้ามีความกล้ากว่านี้ ในเวลาที่อจ.ถามว่า”มีข้อสงสัยมั้ย?”ขึ้นมา เราอาจจะลุกขึ้นมาถามแกทันทีเลยก้อได้ ก้ากๆ!
อาวละ ไว้อารมณ์ดีๆว่างๆจะมาอัพบลอคอีก~
February 10 2007

เจ้านายพี่หมอ กับ หมาน้อยแวมๆ

เจ้านายพี่หมอ กับ หมาน้อยแวมๆ
อีก4วันก็ 14 Feb. Valentine วันแห่งความรัก

ก็เลยขอบ่นเรื่องความรักสักหน่อย…….

9 Feb 2007
วันนี้ จู่ๆคนที่เรารักก็มาขอเคลียร์เรื่องนี้กับเราในเอ็ม “เรื่องระหว่างเรา”
สิ่งที่เคยเชื่อมาตลอดกลับกลายเป็นสิ่งที่ผิด…..บางที…อาจเป็นเพราะเราคาดหวังมากเกินไป….สำคัญตัวเองมากเกินไป
คิดว่าเขารู้สึกเหมือนกับเรา คาดหวังว่าจะได้เป็นคนรักกัน
แต่ เขาพึ่งบอกกับเราตรงๆว่า “พี่รักแวมนะ แต่ไม่ได้รักอย่างที่แวมรักพี่” พี่หมอรักแวมแบบพี่-น้อง  พี่หมอคงคิดมาอย่างนั้นตลอดละมั้งตั้งแต่วันที่แวมเริ่มบอกว่าชอบพี่หมอ ตั้งแต่บอกว่าขอเวลาหน่อยไม่แน่ใจว่ารักแบบไหนกันแน่ ?
สรุปก็ได้คำตอบแล้วสินะ….”พี่กับน้อง”…..”เจ้านายกับสัตว์เลี้ยง”  ไม่มากไม่เกินไปกว่านี้?

“พี่หมอ”ที่กล่าวถึงก็คนในEntryก่อนๆนั่นละ ที่บอกว่าเจอกันในแชท แล้วชวนกันแต่งฟิคและติดงอมแงม
ไม่รู้ว่าชอบคนๆนี้ตั้งแต่เมื่อไร คงเพราะโทรคุยบ่อยๆ(จนเพื่อนแซวว่าคุยกับแฟน)
รู้ เรื่องราวชีวิตบางส่วนของเขาที่เหมือนกับเรา คนที่เคยรู้สึกเหมือนเรา คนที่เรารู้สึกอยากโทรหาช่วงที่เราทุกข์ใจและหาทางออกไม่ได้ถึงแม้พี่จะไม่ ว่างคุยเป็นบางครั้งก็ตาม(เป็นคุณหมอนี่งานยุ่งโคตร – -”)
รู้สักชอบ รู้สึกอยากฟังเสียงทุกวัน แม้ไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาก็ตาม แค่ได้ฟังเสียงก็ยังดี …..ดีใจมากๆที่เขาเองก็บอกว่าอยากได้ยินเสียงเราเหมือนกัน (เสียงเป็ดๆของชั้นทำคนสบายใจได้ด้วย?) คุยด้วยแล้วมีความสุข
เป็นครั้งแรกในชีวิตเราที่มีคนอื่นเห็นค่าในความมีตัวตนของเราด้วย (ปลิ้มสิ ปลิ้มมาก) คงจะดีนะทีได้อยู่ใกล้ๆ
คงจะมีความสุขมากนะถ้าได้อยู่ในฐานะ คนรักกัน
จนวันนึงส่งsmsบอกเขาไปว่า “หมาน้อยรักเจ้านายมากนะคับ” ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ พอหลังสอบเสร็จ พี่หมอก็ส่งsmsกลับมาว่า
“ดีใจด้วยนะหมาน้อย พักผ่อนซะ เจ้านายก็รักหมาน้อยมากเหมือนกัน ” (ทุกวันนี้เรายังเก็บsmsทุกข้อความของพี่หมอไว้ในเครื่องเลย)
แล้วก็โทรหาทุกวัน หวานกันทุกวัน มีความสุข…

จน วันนึงอาการหึงหน้ามืดEtc.ทั้งหลายของเราเวลาที่เขาไปคุยกับคนอื่น เลยเอ่ยปากถามไป “พี่หมอรักแวมไหม?” “ถ้าพี่หมอบอกว่าใช่ แวมจะได้ไม่ใส่ใจเวลามีน้องๆคนอื่นนอกจากแวมมาขอจีบพี่หมอ” (นั่นเป็นการเร่งรัดที่ไม่สมควรกระทำของเราหรือเปล่า? )

ในใจก็คิดเสมอว่าเราน่ะรักพี่หมอแต่ไม่ใช่แบบเพื่อน มันมากกว่านั้น…

แต่ตอนนั้นก็ได้คำตอบแค่ว่า “พี่รักแวม แต่ยังบอกไม่ได้ว่ารักแบบไหน….ขอเวลาหน่อย ขอให้ได้เจอตัวจริงก่อนดีมั้ยแล้วจะตอบ “
แล้วเราก็เจอถามกลับด้วยคำถามของเราเอง ว่า “แวมล่ะรักพี่แบบไหน? พี่-น้อง,เพื่อน หรือ แฟน?”
เรา ไม่กล้าตอบไปตรงๆ ทั้งๆที่รู้คำตอบดีมันมากกว่าเพื่อนหรือพี่น้อง แต่ถ้าเขาไม่คิดอย่างที่เราคิดล่ะ? มันจะเจ็บแค่ไหนนะ ? เราเองก็ตอบแบบเดียวกับเขา” มันมากกว่าเพื่อนคับแต่….ไว้รอเจอกันจริงๆเถอะนะ”(น้ำเสียงแฮบปี้เจื่อนๆ) แล้วก็พารานอยด์ คิดมาก ไอ่ห่ากูจะรีบถามแบบนี้กับพี่เขาไปทำแป๊ะอะไรว่ะ -*- รีบร้อนไปไหมที่ถามเขาแบบนั้น บ่นในใจแล้วก็หงุดหงิดตัวเอง แล้วก็ร้องไห้
(เป็นโรคจิตโฟเบียไปเลย)
คิดอยู่เสมอว่าพี่หมอคงไม่ มีวันตอบรับเราแบบนั้น สลับกับความคิดที่ว่า ถ้าเป็นแฟนกันจิงๆ จะทำไงดีนะ? เป็นความคิดที่ขัดแย้งในสมองตลอดเวลาเหมือน Id กับ Superego เลยทำนองนั้น

จนกระทั่งวันนี้ ก็ได้คำตอบซะที ว่าเขาคิดกับเรายังไงแน่ ….

ความคิดมากของเราเกิดเป็นจริงขึ้นมาซะแล้ว…ตอกย้ำตัวเอง…กล้ำกลืนความเสียใจ…ร้องไห้…ทำร้ายตัวเอง…คิดมาก

สุดท้ายก็ไร้ค่าอีกแล้วสินะ คงไม่มีวันที่จะมีใครยอมรับความเป็นตัวชั้นได้สินะ? แล้วก็ร้องไห้ๆๆๆ แล้วก็มานั่งพิมพ์อยู่นี่ ^^”

แต่ตอนนี้เราเข้าใจ….เข้าใจแล้ว…ลดความสำคัญตัวลงและ ยอมรับความเป็นจริง เพื่อทำใจให้ได้ (กลับมามีสติแล้วก็หายใจต่อ )
เพราะเขาไม่อยากให้เราถลำลึกไปกว่านี้ ทั้งๆที่เรา รู้กันอยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้

ความ สัมพันธ์ของเราก็ยังคงดำเนินต่อไป เหมือนเดิม แต่เราจะไม่ถลำลึกไปมากกว่า “เจ้านายและหมาน้อย”  เป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดแล้วตอนนี้

เราไม่สามารถเป็นแฟนกันได้ เพราะเราไม่สามารถเป็นหลักที่แท้จริงสำหรับเขาได้

แต่ พี่หมอบอกว่า “เราเป็นคนที่ใกล้ชิดหัวใจพี่มากที่สุด ในยามนี้ เป็นคนที่พี่รักและคนสำคัญที่สุดสำหรับพี่ไม่ว่าเมื่อไหร่ “
แล้วเราก็ร้องไห้ แต่ไม่ได้ร้องเพราะความเสียใจ ร้องเพราะความตื้นตันที่มีคนๆนึงเห็นค่าของชีวิตเราและทำให้เรารักเขาได้มากถึงขนาดนี้

ไม่ใช่พี่กับน้อง ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่กิ๊กหรือแฟน บัญญัติไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของเราเรียกว่าอะไร
แต่ก็เป็นคนสำคัญที่เรามากรักที่สุด

ขอบคุณมาก ที่เห็นคนไร้ค่าอย่างแวมเป็นคนสำคัญ

ขอบคุณที่ทำให้แวมรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีค่าพอที่จะอยู่ต่อไปเพื่อรอยยิ้มของคนๆนึง

ขอบคุณมากคับ ที่พี่หมอเป็นคนแรก ที่ทำให้ชีวิตนี้ของแวมได้พบเจอกับความรู้สึกที่เรียกว่า “ความรัก “
ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แค่ครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ก็เป็นความสุขที่จะไม่มีวันลืม

พี่หมอเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับแวม เป็นเจ้านายที่หมาน้อยรักมากที่สุดเช่นกันและจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ไม่ว่าเมื่อไหร่
“แวมๆก็จะรักพี่หมอเหมือนเดิม” และจะยังพูดซ้ำๆแบบนี้ตลอดไปคับ^^

- + – + – + – + – + – + – + – + – + – +

เห็นมั้ย ถึงไม่ใช่เจ้าชายตัวจริงในชีวิตเจ้าหญิง ถึงจะเป็นแค่หมาน้อยกับเจ้านาย แต่ก็HappyEndingและมีความสุขได้ คุณว่างั้นมั้ย?

ตอนนี้ก็ใกล้สอบแล้ว งานERของวิเคราะห์ระบบยังมั่วตั้วและสับสนเช่นเดิม ไม่รู้จาช่วยมันยังไงเลยหว่ะ -*-
อีกเดือนเดวก็จะจบแล้ว เตรียมย่อโน้ต+อ่านหนังสือกันได้แล้วนะ เรียนจบแล้วจะเอาฟิคที่แต่งมาลงบลอคด้วย แล้วเจอกันใหม่
Bon voyage!

December 18 2006

I wanna be”The Sim”

ง่วง มั่กๆ นอนราวๆตี4ได้เจงๆโดนไล่ให้นอนแต่ตอนตี2แล้วละแต่นอนคิดอะไรเพลิน ตื่นมาอีกที2โมงเช้า ดูFMAและก้อรอดูGamerZone นอนดูทีวีแสบตามากๆน้ำตาลไหลพรากเยย (การ์ตูนมันเศร้าขนาดนั้นเรอะ?…Fullmetal ตอนที่ฮิวจ์ตายด้วยอ่ะ)

นิพึ่งทำงานบ้านเส็จ เดะดี ถูบ้านกวาดฝุ่นเช็ดโต๊ะ และก้อแด็กไก่….เลยมาเขียนบลอคซะหน่อย (แก้บ้า)

ช่วงก่อนจะกดดันตัวเองให้อ่านหนังสือเยอะๆ เครียดๆไงไม่รุ เจงๆก้อไม่เครียดนะแต่ทำให้ตัวเองมานเครียดเอง

แต่อ่านหนังสือสอบทีไร พอจะสอบ ลืมประจำเลย – -”"

ระหว่างที่เครียดๆบ้าๆนี่ก้อไปเจอข้อความของท่าน Ethanb ในWO

มนุษย์ที่อยุ่อีกฝากของโลกเราอย่างญี่ป่นรึ อเมริกา ถึงอัตราแลกเงินจะไม่เท่ากันแต่ อัตราเวลา1ชม.ของพวกเค้าก็มี60นาทีเหมือนคนไทยเช่นเราๆ…เราอาจจะรู้สึก ทึ่งเวลาที่ดูรายการ”ทีวี แชมเปี้ยน” เพราะได้เห็นการแข่งขันเพื่อหาสุดยอดในสาขาอาชีพต่างๆ จะเห็นว่าคนยุ่นมีความสามารถทางงานฝีมือหลายแขนงมากๆ…เคยสงสัยบ้างมั้ยว่า ทำไม?…เกิดมาเค้าก้อทำแบบนั้นได้เลยงั้นเหรอ ในขณะที่เกมโชว์บ้านเราเอาแม่ค้าน้ำปั่นมาแข่งแบกผลไม้ มันฝึกทักษะในการทำน้ำผลไม้สูตรใหม่ได้ตรงไหนเหรอ?

คนไทยเล่นเกมเก่งที่สุดในโลก…แทบทุกเกมที่เปิด ในไทยแม้จะเปิดช้ากว่าชาวบ้านแค่ไหนเราก็ใช้เวลาไม่นานพิชิตสถิติที่ผู้เล่น ต่างชาติทำไว้ได้แทบทั้งสิ้น เก่งมากเลยใช่มะ?

แล้วเค้าก้อแนะนำ Case Studyมาให้กล่าวถึงนศ.คนนึง ที่บ้าเล่นเกมมา6ปี….

เค้ามีฐานะทางการเงินดี ครอบครัวรวย มีแฟนสวยจนเพื่อนอิจฉา เค้าจะมาเล่นเกมกับเพื่อนๆทุกวัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือเวลา2ทุ่มเพื่อนๆเค้าจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ในขณะที่ตัวเค้ายังนั่งเล่นเกมจนรากงอก….4ปีผ่านไปเพือนๆเค้าเรียนจบ ในขณะที่6ปีผ่านมาไอ้หมอนี่ยังไม่เคยสัมผัสชีวิตเด็กปี3เลย…แฟนเค้าเองก็ เรียนจบไปตั้ง4ปีแล้วแถมก็เลิกรากันอีก..แถมยังสูญเสียเพื่อน ครอบครัวเค้าก้อหมดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตชายคนนี้จึงเลิกส่งเงิน ให้…ไม่มีงานทำ…ไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร

จากเคสนี้ ไม่ใช่เพียงชายคนนี้ที่มีชีวิตแบบนั้นแต่ยังมีนักเล่นเกมอีกหลายคนที่ยังอยุ่ในวังวนนี้และจะมีบทสรุปไม่ต่างกัน…

แล้วก้อกล่าวถึงตัวคุณEthanbและเพื่อนๆ เค้าได้เรียนรู้เรื่องภาษาอังกิดจากเกม เพื่อนๆของเค้าบางคนก้อไปทำเวปไซตที่มีคนดูเป็นหมื่นๆ บางคนก้อเขียนตูนล้อเกม บางคนก้อเขียนบทความเรื่องเกม

แล้วคุณละ….เกมที่คุณเล่นวันนี้คุณได้อะไรจากมันบ้าง

สิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนทุกอย่างได้นั่นคือตัวเรา เอง เวลา โอกาส2สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปสามารถกำหนดได้หากแต่วันนี้คุณยังใช้เวลา ที่มีอยู่อย่างไร้ค่า โอกาสดีๆก็จะผ่านไป แต่หากวันนี้คุณได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มาพร้อมกับเวลาเหล่านั้นเมื่อ โอกาสมาถึงคุณจะไม่มีวันพลาดมัน อยากให้คุณเข้าใจว่าโลกเกมกับโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ได้อยู่ต่างกันคนละ มิติ ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องเลือกอย่างใดอย่างนึง หากแต่มันคือ 2 โลกที่คุณสามารถเข้าออกได้ตามใจเสมอ แต่ส่วนสำคัญที่สุดอยุ่ตรงที่ว่า คุณควรจะใช้ชีวิตอยุ่ในโลกใดมากกว่ากัน

ผมอยากบอกว่าเราควรเล่นเกมให้เป็นรู้จักแบ่งเวลา แบ่งหน้าทีของเราให้มันแยกขาด ทำงานก้อทุ่มเทสุดๆ เล่นเกมก็ให้มันสุดๆเช่นกัน

ถ้าคุณกำลังเห็นตัวเองเป็นวัชพืชอยุ่ละก็ ผมอยากจะขอให้คุณเป็นวัชพืชที่กำลังจะถูกนำไปทำเป็นปุ๋ย เพราะอย่างน้อยปุ๋ยมันก็ยังมีประโยชน์ต่อต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโต

end.

อ่านดูแล้ว…มาครุ่นคิดดู…อยากทำให้ได้นะ แบ่งเรื่องเรียน เรื่องเล่น…(ตอนนี้พยามทำอยุ่…ไม่คลั่งเหมือนเมื่อก่อน)ทุกๆวันหลัง เรียน…กลับหอมา กินข้าวเส็จ….คิดทุกวัน วันนี้ตูเรียนไม่รู้เรื่อง เอาละวะตูจะอ่านสือทวนซะหน่อย…เราก้ออยากได้ที่เงียบๆนั่งทวนบทเรียน…พอ จะหยิบหนังสือละ..รูมเมทเข้ามา3คน ทำลายบรรยากาศความเงียบตูหมด….เปิดทีวีดังๆ….เปิดเพลง…เล่นคอมพ์…..

พอกันทีไม่มีรมณ์อ่านแระตู……..จะไปหอเพื่อน….เพื่อนก้อดูหนัง….งืม

- -”" บรรยากาศไม่ให้เลยว่ะ…..สุดท้ายถ้าไม่แวะร้านเกมก้อจะพาร่างกะสติตัว เองกลับมาที่หอ ดูทีวีตามเค้านั่งเงียบๆหลบมุมแล้วก้อนอนไป…….

แถมตอนเรียนปัญหาของช้านก้อคือ…..เวลาเรียนเนี่ยตาก้อดูปากอจ.กะ ไวท์บอร์ด หูก้อยังฟังเสียงอจ.แต่ความคิดน่ะ…..มันว่อกแว่กไปคิดถึงเรื่องเกมกะวาด รูปอ่ะดิ…….คนวาดการ์ตูนรู้อยุ่มันต้องใช้จินตนาการในการแต่งเรื่องขึ้น มา…แต่จินตนาการเจ้ากรรมของช้านเนี่ย….มันไปเกิดตอนขณะนั่งเรียนอยุ่ เนี่ยอ่ะเด้ะ….เพราะงี้ก้อเลยกลายเป็นเรียนรู้มั่งไม่รู้มั่ง มั่วไปหมด

พอเวลาว่างๆจิงๆอยากวาดการ์ตูน จินตนาการเจ้ากรรมกลับไม่บรรเจิดซะเลย…คิดอะไรไม่ออกสักอย่าง……..(ดูมัน)

ทำไมช้านควบคุมความคิดไม่ได้ ทำไมฟระ!!! Out of my mind….

“สุดท้ายในตอนนี้”

3วันแระ ที่เอาDatabaseมานั่งอ่าน….ยังไม่ค่อยจะเข้าหัวเลย คงเป้นเพราะไม่มีสมาธิมั้ง……

เวลาอย่างงี้ถ้าเราเป็นตัวละครแบบเกมเดอะซิมคงจะดี ในThe sim ถ้าสั่งให้ซิมมันอ่านหนังสือฝึก มันก้อจะนั่งอ่านอยุ่อย่างนั้นจนกว่าแถบความรู้มันจะเต็ม ไม่ว่าตัวละครมันจะหิวจะปวดฉี่+ปวดขี้ มันก้อจะอ่านอยุ่อย่างนั้นจนกว่าเราจะสั่งให้มันหยุด

ในเกมเรายังบังคับมันได้แล้วทำไม….อีตัวคนเล่นเกมเนี่ย ถึงบังคับให้มันตั้งใจอ่านหนังสือแบบนั้นไม่ได้วะ

อยากเป็นชาวซิมส์จังโว้ย!

December 02 2006

แด่ใครบางคนที่จากไป

การเปลี่ยนแปลง เป็นอะไรที่น่ากลัวจริงๆเลยนะ 

พอมีการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งที่เกิดก่อนอะไรๆมันจะเปลี่ยนแปลงนั้นก็จะกลายเป็นอดีต ที่เราทำได้เพียงแค่นึกถึงมัน รู้สึกผิด แต่อยากแก้ไขอะไรอย่างไรก็ไม่สามารถทำได้
Entry นี้คงเป็นการรำลึกถึงเรื่องอดีตของเรา ในเมื่อคนที่เรา กล่าวถึง เขาไม่ได้อยู่ในโลกนี้อีกต่อไปแล้วนี่นะ
เขาคนนั้นเป็นคนพูดไม่เก่ง เหมือนกับเรานี่ละ แสดงออกทางคำพูดไม่เป็น ไม่เคยเห็นเขาเอ่ยปากชมใครสักทีเหมือนกัน แม้แต่เรา เพราะงั้นตลอดเวลา เราไม่เคยรู้สึกได้ว่า เขาคิดยังไง รู้สึกดีกับเราบ้างไหม เข้าใจยาก(รึเปล่า) ก็เหมือนเราอีกนั่นแหล่ะ ที่ไม่เคยแสดงความรู้สึกดีๆของเราแสดงให้เขาเห็นเลยเช่นกัน จวบจนเวลาสุดท้าย ถึงเราแสดงความรู้สึกไป บอกเขาว่า “รัก” แต่ยามนั้นก็ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่า เขาได้ยินเสียงเราบ้างไหม….
เคยคิดไม่ดีกับเขาหลายๆ อย่าง แน่ละความทรงจำสมัยก่อน เราเกลียดเขามากๆ ทุกครั้งที่เขาทำร้ายเรา ทุกการกระทำนั่นมันมันสร้างบาดแผลเป็นทิ้งไว้ในตัวเรา ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดอะไรของเราเลย เราไม่สามารถลบเลือนมันได้…ทำได้แต่เพียงนึกแค้นเขาเท่านั้น…มันเป็น ความรู้สึกที่ไม่ดี คิดแม้แต่ว่า ต่อให้แม้แต่เขาจากไปชั้นก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเสียใจร่ำไห้ให้คนๆ นั้น… ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่สุดท้ายเราก็ไม่สมารถข่มเก็บมันไว้ได้ แต่ ถ้าเค้ารู้ว่าก่อนหน้านั้นเราคิดอะไรแบบนี้กับเขา เขาจะรู้สึกยังไง รู้สึกผิดที่คิดแบบนี้กับเขาก่อนเขาจากไป
ถึงจะเสียใจที่คิดแบบนั้นออกไป อยากขอโทษ อยากยกโทษให้อภัยในทุกสิ่งที่เขาเคยทำไม่ดีกับเรา แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว………
ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว เราไม่เคยให้ดอกมะลิพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่คิดจะนึกถึงด้วยแต่เรากลับนึกถึงได้ครั้งสุดท้ายก็ตอนเขาไม่สามารถรับรู้ อะไรอีกต่อไปแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างมันสายไปหมดแล้วนี่นะ…

แต่ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อการเปลี่ยนแปลง มันคือส่วนนึงของชีวิตนี่นะ ที่ทำได้ก็คือ เราต้องยอมรับมันแล้วก็ปรับตัวให้เข้ากับมันให้ได้สินะ

ต่อจากนี้ถ้าคอมเสียเราก็ต้องซ่อมเอง(จะทำได้ไหมนะ) ไม่มีน้ำดื่มก็หิ้วเอง (กะเป๋งหนักว่ะ) ไม่มีเพื่อนนั่งดูละครกะแม่(อันนี้ช่วยมะได้) ไม่มีเงินเดือน เดือนละ8000 ไม่มีคนเฝ้าบ้าน เวลาป่วยทีก็เบิกไม่ได้ จ่ายค่าเทอมทีก็เบิกไม่ได้ (อันนี้ก็ช่วยไม่ได้อีกนั่นแหล่ะ)
ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นเราก็จะก้าวต่อไป อยู่ให้ได้ถึงแม้ไม่มีคนๆนั้น
I’m still Alive
เราขอโทษพ่อ เราเสียใจในเรื่องที่เคยคิดไม่ดีออกไปกับพ่อ เรายกโทษทุกอย่างให้พ่อ พ่อไม่ต้องห่วงอะไร ขอเพียงให้พ่อพักผ่อนอย่างสงบสุขอยู่กับปู่ ย่า บนสวรรค์ก็พอ
ถึงแม้คำอธิษฐานนี้จะเป็นเพียงTextและไม่สามารถส่งไปถึงให้เขารับรู้ได้ก็ตาม แต่เราคิดว่าเขาคงได้ยินเสียงอธิษฐานในใจเราล่ะนะ
November 02 2006

ตัวเราเป็นอะไรกานว้อย~

T”T มีทั้งข่าวร้ายและข่าวดี..
ข่าวดี(รึเปล่า)
ตอนนี้เล่นLNได้แล้ว!
ข่าวร้ายก้อคือ……..ความรู้สึกอยากเล่นLNกลับไม่มี…มันหายไป!!
เราคิดว่าลึกๆเรามีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ไม่อยากเล่น…..เล่นแล้วไม่สบายใจ….
และปัญหา คือ…….เราไม่รู้ว่า ต้นเหตุปัญหานี้คืออะไร…?
อะไรล่ะที่ทำให้ไม่สบายใจ…อะไรล่ะที่ทำให้ไม่อยากเล่น…ไม่รุว่าปัญหานั้นคืออะไร…และก้อ…ไม่เข้าใจตัวเองเลยอ่ะ
ถ้าตัวเรายังไม่รู้เลยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกะตัวเองคืออะไรแล้วคนอื่นเค้าจะรู้เหรอ?
(นี่เป็นภายในความคิดเราที่ตีกานอยุ่อ่ะนะ)
เมื่อวานเข้าตัวเพื่อนไปยิงมอนฯเล่นนิดหน่อย ยอมรับว่ามันสนุกแต่ก้อต้องรีบออกมา(เพราะใช้ชม.เพื่อนอยุ่นินา)
พอมาวันนี้……..ตอนจะเติมชม. ……ความรู้สึกสนุกที่ทำให้อยากกลับไปเล่น มันหายไปอ่ะ(บอกตรงๆ เกมนี้ลืมหมด แทบจะลืมพาสตัวเองด้วยซ้ำ)
เลยลังเลอยู่ว่า เติมดีมั้ย….เพราะถ้าเติมแล้วก้อต้องเข้าไปเล่น เพราะทุกชม.ที่มันหายไป คือเงินที่เราจ่ายไปกะค่าบัตรเติมนี่จิงม่ะ?…….ถ้าเติมแล้วลังเลไม่เล่น ซะงั้นก้อขาดทุนดิ เสียดายตังชิหายตายหอง…….
แล้วตอนนี้รู้สึกเบื่อมากจิงๆ……..วาดรูปก้อขาดแรงบันดาลใจ ขาดไอเดีย….เกมก้อดันไม่อยากเล่นซะแล้ว…แล้วเวลาว่างๆของเราก้อเหลือ น้อยลงทุกทีเพราะแมร่งใกล้เปิดเทอมแล้ว (ชิหายจะเอาไงกะชีวิตkuดีวะเนี่ย DAMN!)
ตอนนี้นอนดึกแล้วพยายามจะตื่นให้เช้าที่สุดเท่าที่ร่างกายจะทนไหว…(นอนตี3ตื่น2โมงครึ่ง นึกดูสภาพเอาเองนะ)
ตื่นมาหลังจากทำงานบ้านแล้ว ไม่รุว่าตื่นมาทำไมตื่นมาแล้วไม่รู้จะทำไรดี …แล้วก้อไม่อยากนอนต่อ เพราะ เวลาปิดเทอมของเรามันจวนจะหมดเต็มทีแล้ว…แต่ก้อนะ…ไม่รู้จะทำอะไรเพื่อ ใช้เวลาวันๆนึงของเราให้มันคุ้มค่าและมีความสุขที่สุดจนกว่าจะเปิดเทอมเนี่ย แหล่ะเสียดายเวลาก้อเสียดาย…โอย….ปัญหากบาลแตก
จะให้ทำแบบเจ้มาย……นั่งสมาธิ….ขอบายง่ะ…ฉานรู้ว่าสมาธิตัวเอง สั้น+ฟุ้งซ่านตลอด…แล้วก้อไม่อยากทำไรแบบนั้นด้วย…….ให้นอนอุตุทั้ง วันแบบอาม….ไม่เอา! ใช้เวลาไม่คุ้มเลยว่ะแบบนั้น
เห่อ…..คิดไรไม่ออก ดูหนัง ฟังเพลง..ไปสูบรูปดีกว่าตู….เผื่อเห็นงานชาวบ้านเค้าแล้วจะเกิดอยากวาดไรขึ้นมามั่ง
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.